Healthy Lifestyle

รักษาออฟฟิศซินโดรม คอ บ่า ไหล่ หลัง ได้ผลปังๆ ที่ Stretch me Clinic

รักษาออฟฟิศซินโดรม รักษาอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง เรียกว่าพอเข้าอายุ 25 เป็นต้นมาก็เสิร์ช keyword นี้รัวๆ กันทีเดียวค่ะ พราวคือผู้มีอาการออฟฟิศซินโดรมหนักมากกกก จากการนั่งทำงานหน้าคอม (ด้วยท่าที่ไม่ถูก) มากกว่า 12 ชั่วโมง/วัน และยังเล่นเวทเทรนนิ่งแบบไม่ยืดให้พออีก!! นั่นแหละค่ะ จะว่าชดใช้กรรมก็ได้ แต่คิดในแง่ดีว่าโอเค ชั้นมีอาการ ชั้นมารักษาเพื่อให้เป็นประโยชน์กับแฟนเพจ จะได้มารีวิวแหละ ฮ่าา … ก็เลยเป็นที่มาของการ รีวิวคลินิคกายภาพบำบัด Stretch Me Clinic ในบล็อควันนี้นั่นเองค่ะ

Stretch Me Clinic คลินิคกายภาพบำบัด

สำหรับ Stretch Me Clinic นั้น เป็นคลินิคกายภาพบำบัดซึ่งตอบโจทย์ปัญหาด้านกล้ามเนื้อได้อย่างตรงจุด ด้วยโปรแกรมการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคลค่ะ (มี PT ส่วนตัวดูแล) ผสานศาสตร์การยืดเหยียดกล้ามเนื้อและเทคโนโลยีทางกายภาพเข้าไว้ด้วยกัน โดยเขาจะรักษาการตรวจประเมิน วิเคราะห์ และวินิจฉัยทางกายภาพด้วยนักกายภาพบำบัดนั่นเอง

ซึ่ง Stretch Me Clinic นั้นตั้งอยู่บนพื้นที่ศูนย์รวมของศาสตร์แห่งสุขภาพดีแบบองค์รวมครบจบ “เลเชอร์ สเปซ (Leisure Space)” ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 โซน Dazzle ของห้างสรรพสินค้า Central World ค่ะ จะบอกว่า…เข้าไปตรงนั้นแล้วเหมือนหลุดเป็นอีกโลกหนึ่งมากๆ เพราะทาง Leisure Space เขาออกแบบเป็นศูนย์รวมของศาสตร์แห่งสุขภาพดีแบบองค์รวมครบจบในพื้นที่เดียว เรียกได้ว่าเข้าไปหลีกหนีความวุ่นวายของชีวิต แล้วมาคืนสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจกันค่ะ

ตอนแรกพราวก็ทำการบ้านมาว่าจะเข้าไปที่คลินิคกายภาพบำบัดเพื่อรักษาอย่างเดียวนี่ละ แต่พอไปถึงแล้วก็ตกใจพอสมควร ไม่คิดว่าใน Central World จะมีโซนสงบๆ ที่ให้บริการ Wellness ครบวงจรแบบนี้ทีเดียว แต่เดี๋ยวเราจะพูดกันในช่วงท้ายๆ นะคะ ขอโฟกัสกันที่การรักษาก่อนค่า

รายการรักษาที่เราสามารถทำได้ของคลินิคจะมีดังนี้ค่ะ จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นการรักษาแบบไหน รักษาออฟฟิศซินโดรม อาการเกี่ยวกับกีฬา การเดินทาง หรือใดๆ ก็มีครบหมด (รวมถึงแพ็คเกจแบบหลายครั้ง และแบบ A La Carte ตามสั่งด้วย!)

โปรแกรม Stretch me Clinic Signature Plus Therapy เพื่อ รักษาออศฟิศซินโดรม

วันนี้ที่พราวเลือกทำจะเป็นตัว Stretch me Clinic Signature Plus Therapy ค่ะ ราคา 1,800 บาท/ครั้ง ใช้เวลาในการรักษา 60-75 นาที ซึ่งโปรแกรมนี้จะมีการรักษาที่ครบถ้วนแบบไม่ต้องคิดอะไรเยอะ เน้นทำให้หายแน่ เช่น

การวิเคราะห์อาการและประเมินร่างกาย
การบำบัดด้วยเครื่อง High Power laser 1 จุด
การบำบัดด้วยเครื่อง ES กระตุ้นไฟฟ้า หรืออัลตราซาวด์
การบำบัดกล้ามเนื้อข้อต่ำ
การประคบร้อน
การออกกำลังกาย

และอื่นๆ ตามเคสอาการของเรา โดยที่พี่นักกายภาพบำบัดจะดูแลและแนะนำการรักษาให้เราเองค่ะ โดยการสอบถามของพราวก่อนทำก็คือทราบว่า คนที่มีอาการปวดมาแบบพราว และไม่เคยทำ หรือไม่ได้ทำกายภาพมานาน จะเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกเลยทีเดียวค่ะ

ก่อนเริ่มเข้าใช้บริการ ก็จะมีการกรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลสุขภาพต่างๆ กันก่อน รวมถึงวัดความดันเพื่อตรวจสอบอาการเบื้องต้นของเราด้วยค่ะ ซึ่งพราวคือมนุษย์ความดันต่ำตลอดเวลา พี่นักกายภาพก็จะถามเลยว่าปกติความดันเราต่ำแบบนี้มั้ย หากปกติไม่ใช่คนความดันต่ำแต่วันนี้มีอาการวูบ ป่วย ความดันตก อาจจะต้องระวังในการรักษาค่ะ

เมื่อวัดความดันเรียบร้อย ก็ไปเลือกไซส์ของชุดกันค่ะ ที่ Stretch Me Clinic จะมีการบริการเสื้อผ้าที่คล่องตัว สวมใส่สบายและเหมาะแก่การทำกายภาพบำบัดให้เรา โดยมาให้เป็นถุงสำหรับใส่เสื้อผ้า พร้อมน้ำแร่อีก 1 ขวด ซึ่งตรงนี้พราวประทับใจมากทีเดียวเลยค่ะ ดูเป็นอะไรเล็กๆ แต่ชอบมากเลย บางทีเราไปใช้บริการอะไรนานๆ ก็ลืมพกพาน้ำไปจิบค่ะ ก็จะมีความกระหายน้ำ ทำให้ไม่สบายตัว

ที่ Stretch Me Clinic มีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านในแบบเป็นสัดส่วน รวมถึงมีล็อคเกอร์สำหรับให้เก็บของด้วยค่ะ ดีงามมากสำหรับคนสัมภาระเยอะแบบพราว และนอกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ที่นี่ยังมีห้องน้ำบริการด้านในโซน Leisure Space อีกด้วยค่ะ สะดวกมาก

พร้อมลุยแล้ว! ไปทำกายภาพกันเลยจ้า

รักษาออฟฟิศซินโดรม ด้วยกายภาพบำบัดที่ Stretch Me Clinic

เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อม ทุกอย่างพร้อมเราก็ไปลุยทำกายภาพบำบัดกันเลยค่ะ โดยสถานที่ของ Stretch Me Clinic ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี ดูโมเดิร์น มืดๆ แบบสุขุม (พราวก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง) แต่เข้ามาแล้วรู้สึกว่าผ่อนคลายดีทีเดียวค่ะ ดูสงบ

โดยพื้นที่ในการรักษาจะถูกแยกออกเป็นส่วนตัวค่ะ เตียงใครเตียงมัน เมื่อเริ่มทำแล้วจะมีการปิดม่านด้วย โดยพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคนก็กว้างขวางเพียงพอทีเดียว รวมถึงอุปกรณ์ใดๆ ค่อนข้างทันสมัยมาก ไม่ว่าจะเป็นเตียงปรับระดับใดๆ ทำให้นักกายภาพที่ดูแลเราสามารถดำเนินการได้คล่อง ได้ระยะความสูงที่พอดีได้ง่ายๆ ค่ะ

พี่นักกายภาพบำบัดเอาผ้าห่มมาคลุมให้ร่างกายได้อบอุ่น และเริ่มเช็ดล้างบริเวณร่างกายเรา เท้า มือ ให้สะอาดค่ะ ก่อนจะเริ่ม….

แอ่กกกกก! ขุ่นแม๊ มันเจ็บมากกกกกกกกกก ปกติพราวไม่เคยมาหาหมอเรื่องอาการปวดหลังของตัวเองเลย (ปกติแค่คอ บ่า ไหล่) แต่วันนี้ที่มาคือปวดหลังมากจริงๆ ทั้งจากพฤติกรรมการนั่งทำงาน การเล่นเวทโดยที่ยืดไม่พอ คือปวดแบบน่ารำคาญมากค่ะ ปวดแบบตอนนอนก็รู้สึกปวด หาท่านอนที่สบายไม่ได้จนต้องเข้าคลินิคแล้วจริงๆ สรุปก็คือเจ็บไปตามสภาพเลย

แต่…เจ็บแล้วหายจริงมั้ย ทำไมเราถึงทำแล้วเจ็บ? เราเจ็บ เราปวดเพราะอะไร นั่นคือสิ่งที่เราต้องรู้ค่ะ เพื่อจะหลีกเลี่ยงและไม่ทำให้กลับมาเป็นอาการเดิมอีก (นั่นคือเหตุผลหลักที่เรามาทำกายภาพบำบัดในวันนี้ค่ะ) โดยที่คุณพี่นักกายภาพบำบัดก็จะแนะนำและบอกเราตามอาการค่ะ ส่วนของพราวที่มีอาการปวดหลังล่างมาเยอะมาก ก็เกิดจากท่านั่งทำงานเป็นหลัก (ไม่นั่งโต๊ะดีๆ ชอบนั่งบนโซฟ้า เอาหลังนั่งแทนก้น) รวมถึงหลังๆ ที่เล่นเวทเทรนนิ่ง พราวไม่ยืดทั้งก่อนเล่นและหลังเล่น ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นขา ไปยันกระดูกเชิงกราน ตึงไปหมด รวมถึงวางตัวในระแนบไม่เท่ากันอีกด้วยค่ะ

ยืดกันไปค่ะ ยืดกันไป จับกันดูแต่ละท่าว่าเราตึงขนาดไหน กล้ามเนื้อหรือข้อต่อส่วนไหนมีปัญหา ยอมรับเลยค่ะว่าการทำกายภาพบำบัดวันนี้คือเจ็บจริงๆ แบบมันไม่ใช่เจ็บเหมือนนวดแรงๆ ลึกๆ นะคะ เพราะเค้าไม่ได้นวดเรา แต่เป็นการเจ็บจากการ ยืด กด เช็ค Trigger Point ในส่วนที่เรามีปัญหาค่ะ ยิ่งตรงไหนมีปัญหาก็คือเจ็บมากกกกกกกกก เราไม่เคยรู้เลยว่าอาการปวดหลังล่างจนรำคาญของเรานี้มันมาจากไหน ปัญหาเรามีที่จุดไหนบ้าง ใครจะคิดดด ว่าการยืดเหยียดมันสำคัญขนาดนี้กันค้าาาา

วันนี้ในแพ็คเกจของพราวและจากอาการ ต้องประคบ Hot Pack ด้วยค่ะ โธ่ ฉันเป็นสาววัย 25 ที่ปวดไปหมดแบบนี้ได้ยังไงกันเนี่ย โดยที่ความร้อนของแผ่นประคบช่วงแรกพราวร้อนไป ก็สามารถแจ้งพี่นักกายภาพบำบัดได้เลยนะคะ เขาจะจัดการให้พอดีกับร่างกายเราค่ะ

ใช่ค่ะ ยังไหวค่ะ แต่ดูจากหน้าก็เริ่มไม่ไหว ในส่วนของการนวดคลายกล้ามเนื้อและจุดกดเจ็บ และการบำบัดกล้ามเนื้อข้อต่ำ ที่พราวพึ่งทำไปนั้น ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่ต้องมีจริงๆ ค่ะ หลังขั้นตอนนี้เสร็จเรียบร้อยก็รู้สึกสบายตัวขึ้นแล้ว 1 ระดับค่ะ โดยที่จุดไหนหากเจ็บเกินไปหรือไม่ไหวจริงๆ แจ้งพี่นักกายภาพบำบัดได้เลยนะคะ แต่ถ้าอยากหายบางทีก็ต้องทนค่ะ ฮึบไว้!

อีกส่วนที่ชอบคือ ในขั้นตอนของการนอนคว่ำ ที่นี่มีเตียงที่เหมาะสำหรับการนอนคว่ำแบบการนวดสปาเลยด้วยค่ะ ดีงาม ไม่อึดอัด มีที่วางแขนด้านล่าง แถมมีการคลุมผ้าให้เพื่อความปลอดภัย ใช้ครั้งเดียวทิ้งไปเลยค่ะ

แอบมาดูค่ะ พี่นักกายภาพบำบัดจะทำงานกับตัว Tablet ด้วย โดยจะเป็นข้อมูลของเราในการบันทึกปัญหา การรักษา การดูแลในแต่ละจุดนั่นเองค่ะ Hi-tech มากๆ สำหรับการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบันทึกข้อมูลของผู้ป่วย โดยที่หากพราวเข้ามาใช้บริการครั้งหน้า ก็จะมีข้อมูลการรักษาเดิมที่บันทึกได้แบบเห็นภาพค่ะ

รักษาออฟฟิศซินโดรม ด้วย Ultrasound Therapy และการบำบัดด้วยเครื่อง High Power laser

รักษาออฟฟิศซินโดรม แบบ Manaul เสร็จ เราก็จะมารักษาด้วยเครื่องมือต่างๆ กันเพิ่มค่ะ ก็จะทำการย้ายเข้ามาในห้องที่มีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ

การบำบัด รักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยเครื่องอัลตราซาวด์นั้น (Ultrasound Theraphy) จะเป็นการใช้คลื่นเสียงลงไปคลายกล้ามเนื้อ ส่วนที่ตึง แข็ง เป็นก้อนในบริเวณที่ลึกนั่นเองค่ะ หากใช้มือกดกว่าจะถึงจุดพวกนั้น กล้ามเนื้อด้านนอกเราคงช้ำไปหมดแล้ว แต่เจ้าเครื่องมือพวกนี้จะลงลึกได้จริง เห็นผลจริงในแบบที่เราไม่เจ็บเลยยยย มีแค่บริเวณจุดที่เรามีปัญหาเยอะๆ อาจจะรู้สึกว่าตึง หรือหน่วงกว่าปกติบ้าง แต่ทนได้สบายมากค่ะ ทั้งวันก็ไหว!

ในโปรแกรมของพราว นอกจากการบำบัดด้วยเครื่องอัลตราซาวด์บริเวณ Trigger Point แล้ว จะยังมีการบำบัดด้วยเครื่อง High Power laser ด้วยค่ะ ให้เลเซอร์ลงไปลึกๆ ถึงจุดบริเวณที่เรามีปัญหาเลย โดยที่ตัวนี้คุณพี่นักกายภาพบำบัดแจ้งพราวว่าตั้งค่าให้ลงไป 10cm! ซึ่งก็คือลึกมากกกก ยังไงก็ต้องใช้ตัวเลเซอร์เท่านั้นถึงจะแก้จุดลึกขนาดนั้นได้ค่ะ ซึ่งอันนี้ก็ไม่เจ็บเลย ไม่เจ็บ ไม่ดีด ไม่ใดๆ ทั้งสิ้น (เลเซอร์ลดรอยที่หน้ายังเจ็บกว่า) ถือว่าเป็นขั้นตอนที่สบายมากๆ ทำเพลินได้ไม่รู้สึกเจ็บเช่นกันค่ะ

*เพิ่มเติมความหมาย Trigger Point : หรือจุดปวดในกล้ามเนื้อที่เกิดการหดเกร็งจนเป็นก้อนเล็กๆ มีขนาดโตประมาณ 3-6 ซม.และไวต่อการกระตุ้นค่ะ

จุดกดเจ็บ trigger point เป็นความผิดปกติที่พบในกล้ามเนื้อ ที่มีความไวต่อแรงกด อาจจะปวดแผ่ร้าวไปที่จุดอื่นของร่างกาย หรือที่เรียกว่า referred pain เช่น กดที่ไหล่ แต่ไปรู้สึกที่ขมับ เป็นต้นค่ะ นี่คือขั้นร้ายแรงหน่อย ถ้ากดแล้วเจ็บตรงบริเวณที่กดนี่ถือว่าเป็นแบบ local ขั้นต่ำ  (ที่มาจาก : https://bit.ly/3kMLQBd)

ซึ่งเครื่องมือในการรักษาต่างๆ นั้น จะมีคุณสมบัติในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อชั้นลึก เส้นเอ็น ข้อต่อ หรือรักษาอาการบาดเจ็บทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังเลย ดังนั้นใครมีอาการปวดร่างกายไม่ควรปล่อยไว้นะคะ เข้ามารักษากันดีกว่าแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่เจ็บมาก กล้ามเน้ือไม่ตึงมาก จนเกิดการเรื้อรั้ง หรือส่งผลกระทบต่อพวกเส้นประสาทต่างๆ ค่ะ บางคนก็มีอาการมากจนปลายประสาทชา นิ้วชา เท้าชา อันตรายมากๆ ค่ะ

Exercise การบริหารร่างกายเพื่อปรับสรีระ

หลังจากทำการรักษาด้วยวิธี Manaul และการใช้เครื่องมือต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมาเรียนรู้ท่าออกกำลังกาย บริหารร่างกายเพื่อปรับสรีระของเราค่ะ หลักๆ ของการทำกายภาพบำบัดคือดีขึ้นแน่ๆ ตอนที่ทำ แต่หากอยากให้ร่างกายดีขึ้นในระยะยาว ก็จะต้องดูแลตัวเองตัวเองด้วยท่าบริหาร เพื่อเสริมสร้างคสามแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนนั้น หรือเพิ่มการยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อบริเวณที่เรามีปัญหาอีกด้วยค่ะ สำหรับพราววันนี้ก็ได้ไปทั้งหมด 3 ท่า เป็นท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาและหลังนั่นเอง

ความรู้สึกกำลังทำกายภาพบำบัด

สบายตัวขึ้น เมื่อยและปวดน้อยลงในจุดที่มีปัญหา ~30% ได้ทันทีค่ะ รู้สึกเบาตัวไปหมดเพราะตอนแรกตึงหนักมาก ร่างกายยืดหยุ่นมากขึ้นทันทีในการเทสท่าก้มต่างๆ ถ้ามีเวลาพราวก็จะแวะเข้ามาทำให้เป็นประจำ อาการปวดเรื้อรังจะได้หายไปค่ะ นี่จองคิวแล้วสำหรับครั้งหน้า บริหารคอบ่าไหล่กันต่อ เพราะจุดนั้นพราวก็มีปัญหาเหมือนกัน แต่ไม่เท่าบริเวณหลังล่าง ณ วันที่ไปค่ะ

พอเสร็จแล้ว พราวก็ไปนั่งจิบชาและลองทานทองม้วนมะพร้าว Signature ของทาง Let’s Relax ค่ะ อย่างที่บอกว่า Stretch Me Clinic ตั้งอยู่ในบริเวณ Leisure Space ซึ่งเป็นเหมือนโอเอซิสแห่งการพักร่าง ณ ใจกลางกรุงมากกก จึงมีจุดนั่ง จุดผ่อนคลายให้เราได้ใช้บริการนั่นเองค่ะ

จะบอกว่าภายใน Leisure Space คือออ เหมือนกับภาพเรนเดอร์ 3D เลยค่ะ เป็นส่วนที่พราวว้าวมาก ในภาพคือที่ถ่ายเองจริงๆ ณ วันที่ไปใช้บริการจริงๆ แสงเขาจัดมาแบบนี้ สีสัน บิวท์อินใดๆ คือทำมาได้ Earth Tone สุดๆ เลย คิดภาพแล้วอยากจะมีบ้านสวยๆ ที่บรรยากาศดีๆ แบบนี้เลยค่ะ

นอกจากนั้นยังมีโซนทดลอง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของทาง ดร. สปิลเลอร์ เพียว สกินแคร์ โซลูชั่นส์ (Dr. Spiller Pure SkinCare Solutions) อีกด้วยค่ะ

วันนี้ที่ไปพอมีเวลา เลยขอเดินชมบริเวณ Let’s Relax ที่เป็นพวกสปาตัว นวดไทย นวดเท้า นวดหน้าต่างๆ ด้วยค่ะ เห็นสถานที่แล้วบอกเลยว่ายังไงก็ต้องไม่พลาด ต้องได้ลองสักครั้งค่ะ! โดยเฉพาะห้องเกลือหิมาลายัน ที่แรกและที่เดียว ที่เขาบอกว่าบำบัดได้ดีมากกก กายภาพบำบัดก็แก้อาการปวดก็ส่วนนึง แต่การได้ผ่อนคลาย ผ่อนอารมณ์ตัวเองไปกับสปา ก็เป็นอีกเรื่องนึงค่ะ พราวคือผู้รักความ Wellnesssss

รักษาออฟฟิศซินโดรม ที่ Stretch Me Clinic

  • Strech•me Clinic มีสาขาเดียวที่ Leisure Space (ชั้น 2 โซน Dazzle) เซ็นทรัลเวิลด์ โทร.02-255-6559 ได้เลยค่ะ
  • มาจากชั้น1 จุดสังเกตคือร้านชาตรามือ และขึ้นบันไดเลื่อนมาจะเจอ Leisure Space หรือถ้ามาจากชั้น2 เดินผ่านเข้ามาทางร้านเสื้อผ้า Zara,Mango ก็ได้เช่นกัน
  • สำรองผ่าน Line OA @stretchme : https://lin.ee/kHobAIQ 
  • Website: https://stretchme.studio/th/clinic/ 
  • FB Official: https://www.facebook.com/stretchmebyletsrelax 

และนอกจากนั้นแล้ว หากใครต้องการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ บริเวณชั้น 3 ของ Central World มีสตูดิโอ Stretch me สำหรับยืดเหยียดโดยเฉพาะอีกด้วยนะคะ ใครมีปัญหาตึง ปวดกล้ามเนื้อส่วนไหนจากการทำงาน เช่น อาชีพแอร์ ช่างภาพ คุณหมอ หรือใดๆ ก็มาใช้บริการกันเยอะทีเดียวค่ะ ตรงนั้นจะเป็นสตูดิโอที่มีนักกายภาพบำบัดดูแลเช่นกันค่า

ใครมีคำถามอะไรทักไปสอบถามพี่แอดมินได้เลยนะคะ บริการดีมากๆ ให้คำแนะนำแต่ละโปรแกรมได้ดี หรือใครจะเข้าไปปรึกษาที่คลินิคกับนักกายภาพบำบัดเลยก็ได้เช่นกัน แต่พราวแนะนำให้จองคิวไว้ก่อนะนคะ เพราะคิวแน่นมากค่า

อ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ https://26journey.com

Back To Top