Travel

Hideout Koh Kood – รีสอร์ทชิคๆ เปิดใหม่ที่เกาะกูด

สวัสดีค่าทุกคน~ วันนี้เรายังอยู่กันที่เกาะกูดนะคะ จะพาทุกคนมาชมรีวิวของ Hideout Koh Kood รีสอร์ทชิคๆ แห่งใหม่ที่เก๋ไก๋ ทันสมัย ที่เกาะกูดค่ะ บอกเลยว่าสาย Instagram ต้องชอบแน่ๆ เพราะถ่ายตรงไหนก็สวย ยืนตรงไหนก็เก๋ บอกเลยว่าถ้าใครเล็งพิกัดเที่ยวมาที่เกาะกูดแล้ว ไม่ควรพลาดรีสอร์ทแห่งนี้ด้วยประการทั้งปวงค่ะ 🙂

*ในทริปนี้พราวติดฝนเกือบๆ 80% ของทริปเลยนะคะ ไปเจอแจ็คพอตมรสุมเข้าพอดี ภาพเลยอาจจะเป็นบรรยากาศหม่นๆ นิดนึง แต่ถ้าช่วงแดดออกนี่ การันตีฟ้าใส ทะเลสวยปิ๊งปั๊งแน่นอนค่ะ ขนาดฟ้าครึ้มยังสวยเลย

การเดินทางมาที่ Hideout Koh Kood

สำหรับการเดินทางจากกรุงเทพมายังเกาะกูด พราวได้เขียนรีวิวไว้แล้วตอนรีวิวที่ Rest Sea Resort Koh kood ค่ะ จะเป็นทริปเดียวกันเลยนั่นเอง 🙂 ตามเสต็ปเดิมค่ะ ขับรถมาที่ท่าเรือบุญศิริ ฝากรถ แล้วก็ข้ามมาขึ้นสองแถวจากบริการของเรือ เขาจะส่งเราตรงถึงที่พักเลย โดยระยะทางจากท่าเรืออ่าวสลัด ถึง Hide Out จะอยู่ที่ราวๆ 18 กิโลเมตร แต่ด้วยความชันของพื้นที่เกาะ ก็จะใช้เวลาการนั่งรถอยู่ที่ราวๆ ครึ่งชั่วโมงค่ะ

แต่ในทริปนี้ พราวได้ไปพักที่ Rest Sea Resort มาก่อนค่ะ โดยรีสอร์ททั้ง 2 เป็นพาร์ทเนอร์กัน ทำให้มีบริการรถรับส่งฟรีมาที่ Hideout Kohkood ด้วย ถือว่าสะดวกมากๆ เลย หากใครมีเวลาหลายๆ วัน พักทั้งสองที่ก็จะได้บรรยากาศไปคนละแบบ ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศไปเลยค่ะ

Hideout Koh kood

สำหรับที่ Hideout Koh kood เป็นรีสอร์ทเปิดใหม่ช่วงปลายปี 2020 ค่ะ เรียกว่าใหม่กริ๊บๆ เลย รีสอร์ทจะตั้งอยู่บริเวณอ่าวงูเหลือม ซึ่งถือว่าเป็นอ่าวลับๆที่เงียบสงบมากกกก เพราะมีเพียงแค่รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ค่ะ โดยพอเข้ามาที่บริเวณรีสอร์ท จะเจอกับส่วนของล็อบบี้ก่อน ก็ทำการเช็คอินใดๆ ให้เรียบร้อย พี่พนักงานก็จะพาเราไปส่งที่ห้องพัก โดยจะผ่านส่วนห้องอาหารและสระว่ายน้ำค่ะ

ความเก๋ไก๋ของที่นี่คือ ความ Minimal ขาวๆ คูลๆป็นรีสอร์ทที่เห็นแล้วรู้สึกว้าวเหมาะกับ Instagramer มากๆ ค่ะ เพราะเขาออกแบบได้แบบวัยรุ่นชิคๆ มีมุมถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ เรียกว่าไม่ว่าเดินไปจุดไหนก็สามารถแวะถ่ายภาพได้หมดเลยค่ะ และแต่ละจุดจะห่างกันพอสมควร เรียกว่าถึงแม้ช่วง High Season คนแน่น ก็สามารถถ่ายภาพสวยๆ กันได้โดยไม่ติดคนเท่าไหร่ด้วยค่ะ

ห้องพัก Hideout Koh Kood

เก็บภาพบรรยากาศรีสอร์ทกันไปแล้ว ต่อด้วยส่วนของที่พักกันค่ะ จากภาพด้านบนทุกคนจะเห็นว่าที่ Hideout จะแยกห้องพักออกมาเป็นห้องใครห้องมันเลย คุมธีมความมินิมอลสวยๆ ขาวๆ + ไม้ โดยทุกห้องหันหน้าไปทางหาดทั้งหมดค่ะ ดูโปร่งโล่งสบายมากๆ

แต่หากใครชอบความเป็นส่วนตัวมากๆ อาจจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เวลามีคนเดินผ่านห้องเราได้ค่ะ เพราะแต่ละห้องจะไม่ได้มีรั้วกั้น หากไม่ได้ปิดม่าน คนก็สามารถมองเห็นภายในห้องได้นั่นเอง แต่แก้ไขได้โดยการอาจจะขอเลือกห้องท้ายๆ ทางเดิน หรือว่าเลือกห้องพักแบบ Beach Front ซะเลยจะได้ไม่มีใครผ่านหน้าชั้น! ฮ่าาา แต่จริงๆ ด้วยจำนวนห้องพักที่นี่ไม่เยอะ คนไม่ได้พลุกพล่านมาก ก็ยังมีความเป็นส่วนตัว สงบอยู่ดีค่ะ

ห้องพักของที่นี่จะมีให้เลือกทั้งหมด 4 Type นะคะ โดยเริ่มจาก Twin Villa, Superior Villa (จะเป็นโซนแถวสุด) ตามด้วย Sea View Deluxe Villa และ Beach Front Deluxe Villa ค่ะ โดยวันนี้พราวเลือกห้องพักแบบ Sea View เนื่องจากห้องแบบ Beach Front เต็มแล้วนั่นเองค่ะ มุแง้ ใครสนใจจะพักยิ่งช่วง High Season ต้องรีบจองนะคะ เรียกว่าคนแย่งชิงกันมากๆ เลย

และนี่ก็คือบริเวณห้องพักแบบ Sea View Deluxe Villa ของเรานั่นเองค่ะ ก็จะได้เห็นวิวทะเลประมาณนี้ สำหรับพราวเท่านี้ก็คือปังแล้ว ได้อยู่ใกล้ทะเลมากๆ และบรรยากาศแบบมินิมอล โปร่งๆ นั่งทำงานอยู่ที่ห้องเปิดกระจกดูวิวทะเลทั้งวันก็สบายใจแล้วค่ะ มาดูในห้องพักกันดีกว่าค่ะ

ห้องพักน่ารักมากกกก (ก ไก่ล้านตัว) พราวชอบที่เค้าคุมธีมสไตล์มินิมอลได้แบบทุกจุดเลย ของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ก็คือคุมโทน คุมสี ดูน่ารักและธรรมชาติดีมากค่ะ อะไรๆ ก็ดูหยิบมาเป็น Prop ถ่ายรูปได้หมดเลย ตัวพื้นห้องและบริเวณฐานฟูกนอนจะเป็นแบบปูนเปลือยๆ ให้ความรู้สึก loft เล็กๆ มีโซฟาด้านหน้าห้อง พร้อมเก้าอี้เอนแบบสานให้นั่งชิลๆ ดูวิวทะเลได้ด้วยค่ะ

ส่วนห้องน้ำที่นี่กว้างขวางค่ะ แยกโซนเปียก/แห้งชัดเจน คุมธีมคุมโทนมินิมอลเช่นกัน ชอบความที่วัสดุไม้ตกแต่งของ Hideout ไม่ว่าจะเป็นชิ้นไหนก็จะมีความไม้ที่โทนเดียวกันที่เข้ากันสุดๆ เลย มีราวให้แขวนผ้าเปียกที่เยอะเหมาะกับเป็นรีสอร์ทริมทะเล ชุดไหนเปียกมาจับพาดได้หมด และที่สำคัญคือเครื่องใช้อาบน้ำอย่างแชมพู/ครีมนวด/สบู่ ก็เป็นของคุณภาพดี กลิ่นเฉพาะที่ผลิตสำหรับที่ Hideout เลยด้วยค่ะ เป็นกลิ่นแนวกุหลาบๆ หอมมากๆ

บรรยากาศ Hideout Koh kood

ซึ่งทางเราก็ได้ทำการบ้านมาแล้วว่าที่นี่เป็นโทนมินิมอลไม้ๆ มาเลยจ้าเตรียมชุดกรุยกราย ขาวๆ พริ้วๆ พร้อมกระเป๋าไม้สานสัก 1 อันจบแมชปึ้ง! สาวๆ ที่อ่านรีวิวนี้แล้วกำลังจะจองที่นี่ อย่าลืมเตรียมชุดมาถ่ายภาพกันนะคะ จะขาวพริ้วๆ หรือจะสีจี๊ดจ๊าดให้ตัดกับโทนรีสอร์ทไปเลยก็สวยเด่นค่ะ

ต่อให้แขกเข้าพักเต็ม แต่ที่รีสอร์ทถือว่ามีบริเวณกว้างขวาง มุมถ่ายรูปแบบที่ไปตรงไหนก็ไม่ติดคน ไม่อึดอัด ได้ภาพสวยๆ แน่นอนค่ะ และด้วยความเป็นเกาะกูด บรรยากาศก็จะธรรมชาติ สงบ เงียบ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่เหมาะแห่งการพักผ่อนและมาสูดบรรยากาศธรรมชาติแบบจริงๆ ไม่วุ่นวาย ไม่เสียงดัง ไม่มีการรบกวนธรรมชาติจากมนุษย์มากนั่นเองค่ะ

หาดลับ The Secret Beach

ที่ Hideout Kohkood จะมีทางเดินไปยังจุดชมวิว Sunset Point และ The Secret Beach ที่เป็นหาดลับๆ ของรีสอร์ทอีกด้วยค่ะ ใช้เวลาเดินนิดเดียว ไม่ไกล เลาะๆ ไปเพื่อทะลุไปยังหาดอีกฝั่ง แล้วจะพบกับวิวและจุดถ่ายรูปประมาณนี้ค่ะ

น้ำใสมากกกก สวยมากกก ขนาดฟ้าครึ้มน้ำยังสวยขนาดนี้ ฟ้าจัดๆ High Season จะปังขนาดไหนดูเอาค่ะ! ตรงจุดเลาะหาดนี้จะทำให้เรามองเห็นรีสอร์ทจากอีกมุมนึงด้วยค่ะ

นอกจากบริเวณหาดขาวๆ น้ำใสๆ แล้ว ก็ยังมีโขดหินใหญ่มากๆ ให้เราได้ขึ้นไปถ่ายรูปอารมณ์แบบนี้อีกด้วย ได้เก็บภาพมากเยอะเลยค่ะบริเวณนี้

มุมถ่ายรูปหลากหลายบรรยากาศ

อย่างที่บอกค่ะว่ารีสอร์ทเหมาะสำหรับสาย Instagramer มากๆ เปลี่ยนชุดนิดหน่อย ก็คือได้อีกอารมณ์อีกฟีลแล้ว ด้วยความที่เค้าเป็นโทนมินิมอล สีพื้นๆ ดังนั้นอารมณ์ของภาพจะสามารถเปลี่ยนไปได้ตาม Outfit ที่เราหยิบมาใส่กันเลย! พราวลองเปลี่ยนจากสายมินิมอลเป็นสีแดงตัดๆ จัดๆ ก็ได้อารมณ์สดใสร่าเริงถึงแม้อากาศจะไม่เป็นใจเท่าไหร่ค่ะ พราวชอบโซนบาร์ริมสระของเขามาก ตกแต่งสวย คลีนๆ ด้วยไม้ และเครื่องดื่มก็อร่อยมากอีกด้วย มาถึงนี่ควรต้องลองค่ะ!

สำหรับโซนบาร์เครื่องดื่ม พราวแนะนำเมนูนี้ค่ะ เป็น Mocktail ชื่อ Paradise Punch บอกเลยว่าพราวอยู่ที่นี่ ทานไป 2-3 รอบได้ เป็นแก้วโปรดประจำ ที่อร่อยจริงๆ ค่ะ น้องเป็นน้ำสัปปะรส ผสมหลายสิ่งอัน วนิลาใดๆ กลิ่นละมุน รสไม่หวานเกินไป สดชื่นมากกกก มาแล้วต้องสั่งนะคะ ห้ามพลาดเลย

อาหารเช้า ของ Hideout Koh kood

สำหรับอาหารเช้าของ Hideout จะเสิร์ฟแบบไลน์ Buffet เหมือนรีสอร์ททั่วไปเลยค่ะ (แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรการ COVID-19 ในช่วงเวลานั้นๆ ด้วยนะคะ ว่าจะมีปรับมากน้อยยังไง) ไลน์อาหารไม่มากไม่น้อยกำลังดี มีทั้งที่สามารถตักเองได้ และที่สามารถสั่ง A La Carte จากพี่พนักงาน กาแฟอร่อย อาหารคุณภาพดี เสิร์ฟมาสวย ทานเพลินๆ ยามเช้าชิลๆ ได้เลยค่ะ

เมนูอาหารอื่นๆ ที่รีสอร์ท

ขอบอกว่า อร่อยมาก!! อร่อยจริงๆ! ใครมาที่เกาะกูด พักที่ Hideout หรือไม่พักก็ได้ ต้องลองได้มาทานอาหารภายในรีสอร์ทสักมื้อค่ะ อร่อยทุกอย่างเลย อาหารไทยเค้าดีมาก มีความจัดแต่งจาน ประยุกต์รสชาติได้ดีจริงๆ พราวทานอาหารที่นี่ ~3- มื้อค่ะ ที่ติดใจแล้ วRecommend แบบมากๆ ยกให้ตัวกุ้งสะเต๊ะค่ะ ตัวใหญ่ สดมาก รสชาติแบบดีย์ เครื่องจิ้มอร่อย หมดเป็นอย่างแรกเลยค่ะ ส่วนตัวเมนูทะเลๆ พราวว่ากุ้งกับปลาหมึกเค้าสดดีเลย มาชิ้นใหญ่แบบพอดีคำค่ะ

อ้อ อีกอย่างที่ไม่ควรพลาด คือทอดมันกุ้งค่ะ เสิร์ฟมาเป็นบอลๆ น่ารัก แต่รสชาติดีมากกก เด้งกรอบ มีซอสด้านล่างที่ผสมกับไข่กุ้งเบสๆ เป็นเมนูทานเล่นที่เพลินสุดๆ ค่ะ

มื้อเย็นสุดอลังการ อร่อยทุกอย่างเหมือนเดิม (รับบทคนหิว) แต่ที่ชอบเป็นพิเศษของมื้อเย็นจะเป็นปลากระพงทอดน้ำปลาค่ะ ใน portion ที่เสิร์ฟมาแบบทาน 2 คนได้ชิลๆ ไม่มากไม่น้อยเกินไปคือดี และชอบตัวตะไคร้ซอยทอดที่เสิร์ฟมาคู่กัน ทานแล้วได้ texture ที่อร่อยค่ะ ส่วนอีกเมนูที่ชอบ จะเป็นหมึกไข่นึ่งมะนาว (ที่เสิร์ฟในปริมาณไม่มากไม่น้อยเกินไปเช่นกัน) พราวว่าเมนูนี้เผ็ดน้อยไปหน่อย แต่ปลาหมึกสดและไข่ตู้มมาก กะหล่ำปลีลวกด้านล่างนุ่มๆ อร่อยดีค่ะ ทานได้หมดจานเลย

ส่วนมื้อเย็นอีกวันพราวได้ทานตัวซีฟู๊ดทะเลเผาค่ะ อีกอย่างที่ห้ามพลาดเมื่อมาถึงเกาะกูดก็คือ “กั้ง” เลยค่ะ กั้งอร่อยมาก สดมาก เนื้อหนึบหนับแบบลูกผสมปูกับกุ้ง น้ำจิ้มซีฟู๊ดแซ่บๆ แกะออกมาเป็นตัวๆ ดีย์ไม่ไหววว

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะกูด – หาดคลองเจ้า

ใครที่มาพักที่ Hideout สามารถเช่ารถมอไซค์เพื่อขับแว๊นเที่ยวได้ทั่วเกาะกูดเลยนะคะ โดยรีสอร์ทจะมีให้บริการแบบ 4 ชั่วโมง (150 บาท) และเต็มวัน ~300 บาทค่ะ พราวเลือกเช่าแบบ 4 ชั่วโมงพอ เพราะน่าจะเหนื่อยๆ เพลียแล้ว กลัวฝนอีก เดี๋ยวก็แดดแรง บ้าบอออ โดยปักแมพมาตามจุดที่อยากไปเรื่อยๆ เริ่มต้นที่หาดคลองเจ้า ที่มีจุดเนินหินเยอะๆ ให้สามารถแวะถ่ายภาพได้ค่ะ

น้ำตกคลองเจ้า

ที่เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่งที่เราสามารถไปเที่ยวได้ค่ะ โดยเฉพาะหน้าฝนนี่น้ำเต็มๆ ชุ่มฉ่ำมากทีเดียว วันนี้พราวเลือกมาน้ำตกคลองเจ้าเพราะเดินทางไม่ไกลมาก สามารถไปต่อที่หมู่บ้านชาวประมงได้ไม่ยากค่ะ ที่สำคัญคือเดินไม่ไกลหลังจากจอดรถ เพราะเคยมีประสบการณ์เดินไปน้ำตกลึกๆ แล้วขอยอมแพ้ ไม่ไหวจริงงงง

น้ำตกคลองเจ้าบริเวณที่พราวไปคือชั้นล่างคือ จริงๆ มีชั้นบนอีกด้วยที่ต้องเลาะหินจับเชือกขึ้นไป แต่ด้วยที่เอากล้อง อุปกรณ์ไม่กันน้ำไปเยอะเลยไม่ขอเสี่ยงดีกว่า เพราะวันที่พราวเดินทางไปน้ำค่อนข้างไหลแรงมากๆ ค่ะ

ถ่ายรูปต้องระวังนิดนึงนะคะ ลื่นมากกกก ในภาพนี้จะเห็นว่ามีน้ำตกอีกชั้นด้านหลังค่ะ เสียดายไม่กล้าเลาะไป น่าจะสวยมากๆ บรรยากาศที่นี่ดี เย็นฉ่ำสุดๆ หากใครจะมาแนะนำอย่ามาเย็นมากนะคะ เพราะที่เกาะกูดค่อนข้างเงียบ คนน้อย หากมีอุบัติเหตุหรืออะไรจะลำบากได้ค่า

ปล.ทั้งนี้ทั้งมวล พราวก็ไม่แนะนำให้เดินทางช่วงเย็นหรือขับมอไซค์ตอนกลางคืนนะคะสำหรับเกาะกูด ถ้าเราไม่ได้ชำนาญเส้นทางหรือเป็นคนพื้นที่ บอกเลยว่าหนทางถนนขับค่อนข้างยาก ลาดชันมากกกก แถมยังเงียบสุดๆ อีกด้วย มาช่วงกลางวันจะยังพอมีรถผ่านไปมาจะดีกว่าค่า เพราะที่นี่เส้นทางถนนจะเป็นเส้นเดียวเส้นหลักเลยค่ะ

หมู่บ้านชาวประมง เกาะกูด

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรแวะมาสำหรับเกาะกูดค่ะ หมู่บ้านชาวประมง บริเวณอ่าวใหญ่ สัมผัสวิถีชีวิตของบ้านเรือน ชาวประมง

อากาศดี ธรรมชาติสมบูรณ์ ยังเป็นพื้นที่ๆ ได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติจริงๆ อยู่จริงค่ะสำหรับที่นี่

ร้านอาหารทะเล Noochy Seafood (นุชชี่ซีฟู๊ด)

สำหรับร้านอาหารที่ดังมากๆ ที่เกาะกูดที่ใครก็พูดถึงคือ นุชชี่ ซีฟู๊ด (Noochy Seafood) ที่หมู่บ้านชาวประมงนั่นเองค่ะ รีวิวที่ไหน เว็บใดๆ ก็บอกให้มาร้านนี้ และพอได้มาลองทานก็ไม่ผิดหวังค่ะ อาหารทะเลสด แซ่บมากกกกก เมนูมีให้เลือกหลากหลาย แต่ในวันนั้นพราวจะกลับไปทานอาหารที่รีสอร์ทต่อ เลยสั่งมาลองทานแค่ 2 เมนูค่ะ

เมนูซาซิมิหอยเงาะ ถือว่าเป็นเมนูเด่นประจำร้าน หรือเป็นหอยพันธ์ดังที่เกาะกูดเลยค่ะ สดแบบสดจริงๆ ชิ้นกรอบๆ กรึบๆ ให้สัมผัสที่แปลกใหม่สำหรับพราวมากกกก มันไม่ได้เหมือนปลาหมึกนะคะ ถึงดูหน้าตาจะเหมือน คือมีความกรอบ เด้งๆ เลย และที่สำคัญคือน้ำจิ้มซีฟู๊ดของนุชชี่ อร่อยมากกก อร่อยจนงง อร่อยแบบอยากเหมากลับบ้าน แซ่บเผ็ดแบบกลมกล่อมมาก ไม่ต้องสั่งหอยเงาะก็ได้ แต่ห้ามพลาดน้ำจิ้มซีฟู๊ดของที่นี่เด็ดขาดค่ะ!

แซ่บลืมมมมมมากกก

ยำกั้งแก้ว อีกเมนูที่พราวสั่งมาทานกรุบกริบค่ะ จานใหญ่มากกก ให้เยอะและใหญ่จนตกใจ สำหรับราคาของเมนูอาหารที่นี่ถือว่าไม่สูงจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้ถูกค่ะ แต่คุณภาพเขาให้มาสมราคาอยู่ดังนั้นก็ไม่ติดอะไร คุณภาพจัดเต็มคือจบ โดยที่ยำกั้งแก้วมาในแบบทรงเครื่องตะไคร้ใดๆ ครบ เนื้อสดสุดๆ เด้งใสมากก แต่ด้วยความเป็นกั้ง แล้วต้องมาแกะ มาดูดเนื้อเอง ก็อาจจะทานยากนิดนึงนั่นเองค่ะ แต่ถ้าใครสายกั้ง ทานปูแกะปูกุ้งเก่ง น่าจะชอบค่ะ

ภาพรวมของบรรยากาศที่ Hideout Koh Kood

สำหรับที่เกาะกูดและรีสอร์ทนี้ พราวรู้สึกว่าเป็นที่ๆ เหมาะแก่การพักผ่อนแบบธรรมชาติจริงๆ ค่ะ หลายพื้นที่ยังคงความเป็นธรรมชาติเยอะมากๆ ยกเว้นตัวรีสอร์ท สถานที่บนเกาะอาจจะไม่มีให้เที่ยวเยอะมากแต่ก็ได้อารมณ์ Nature จริงๆ ยิ่งได้พักที่ Hideout ที่มีความวัยรุ่น มินิมอล ที่เหมาะกับวัยรุ่น(ตอนปลาย) แบบเรา ช่วยทำให้ทริปนี้ไม่ too nature จนเกินไปค่ะ ยิ่งมีกิจกรรมให้ทำที่รีสอร์ท ยิ่งมีอาหารอร่อยๆ แบบไม่ต้องออกไปไหน ได้ความรู้สึกแบบ Vacation จริงๆ 🙂 ถ้ามีโอกาสก็อยากจะกลับไปพักอีกค่ะ

หากใครสนใจมาพักผ่อนที่นี่ ห้องพักเริ่มต้นที่ 1,XXX บาทเท่านั้น ยังมีโปรโมชันเราเที่ยวด้วยกันยิ่งคุ้มค่า ราคาแต่ละวัน แต่ละเทศกาลจะไม่เท่ากันนะคะ หากสนใจติดต่อทางห้องพักได้โดยตรงที่

📨m.me/HideoutKohKood หรือโทร ☎Tel: (+66) 064 567 5652 นะคะ 🙂

Back To Top