Healthy Lifestyle

รีวิว Healthycation – ตรวจสุขภาพรอบบ่าย พร้อมพักผ่อนห้องสวีทที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

สวัสดีค่าทุกคน~ วันนี้พราวจะพาทุกคนไป Healthycation กันค่ะ หลายคนอาจจะงง เอ๊ะ? อะไรคือ Healthycation กันนะ? ปกติเคยได้ยินแต่ Staycation ที่ในยุคนี้พวกเรามักจะไปนอนพักผ่อน เอนกายสบายๆ กับโรงแรมในเมืองกันบ้างวันในวันหยุดพักผ่อนกันใช่มั้ยคะ? รีวิวนี้จะเป็นคำตอบให้ทุกคนเองค่ะ 🙂

แพ็กเกจ Healthycation

สำหรับแพ็กเกจ “Healthycation” เป็นแพ็กเกจสำหรับสายสุขภาพ โดยโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ร่วมกับ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ได้จับมือร่วมกันออกแพ็กเกจนี้มานั่นเองค่ะ คือจะบอกว่าเป็นแพ็กเกจที่เหมาะกับคนชอบนอนโรงแรมเล่นๆ Staycation แบบพราวมาก เพราะไหนจะได้ทั้งนอนห้อง Execuplus Suite สุดหรูแล้ว ยังได้รับการตรวจสุขภาพยามบ่ายแบบสบายๆ ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหารอีกด้วย!

ซึ่งปกติแค่ค่าห้องพักก็เท่าไหร่แล้ว ไหนจะตรวจสุขภาพอีก บอกเลยค่ะว่า คุ้มมาก เพราะว่าทั้งหมดนี้จ่ายราคาเพียง 5,000 บาท/ท่าน เท่านั้น (ในเรทราคานี้สามารถพักได้ 2 ท่านด้วยนะคะ แต่ตรวจสุขภาพได้ฟรี 1 ท่านค่ะ) แถมยังมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ยังสามารถใช้ได้ในโรงแรมอีกไม่ว่าจะเป็น บริการฟิตเนสและสระว่ายน้ำที่ ดิ โอลิมปิค คลับ และบริการสนามเทนนิส แบดมินตัน หรือสควอช ฟรี 1 ชั่วโมง ซึ่งจะบอกว่าดีงามกับสาย staycation แบบเราจริงๆ เพราะเวลาในโรงแรมสามารถไปทำกิจกรรมสุขภาพ เล่นกีฬาสนุกๆ ได้อีกด้วย (ขอบอกว่า The Olympic Club ของที่นี่ ดังมากกกกกนะคะ เป็นศูนย์ฟิตเนสและสระว่ายน้ำที่ยิ่งใหญ่มาก) นอกจากนั้นก็จะได้เป็นส่วนลดบริการสปา/ค่าอาหาร อื่นๆ ค่ะ ป่ะ เรามาเริ่มรีวิวกันเลยค่า~

ตรวจสุขภาพยามบ่ายที่ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

สำหรับในแพ็กเกจ เราจะเลือกตรวจสุขภาพวันเช็คอิน/วันเช็คเอาท์ ก็ได้เลยค่ะ สำหรับพราวอยากพักผ่อนชิลล์ยาวๆ เลยเลือกจะตรวจสุขภาพก่อน เพราะใช้เวลาไม่นาน รวมถึงช่วงสายๆ รถไม่ติดด้วยค่ะ เดินทางได้สะดวกมากๆ เมื่อเสร็จก็สามารถเข้าไปเช็คอินที่โรงแรม แล้วก็อยู่ยาวยันเช็คเอาท์ได้เลยค่ะ

โดยการตรวจสุขภาพในแพ็กเกจวันนี้ จะเป็นการตรวจสุขภาพรอบบ่าย และไม่ต้องงดน้ำ งดอาการค่ะ ซึ่งจะมีรายการตรวจคือ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ระดับน้ำตาลสะสม ระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด ระดับไขมันดีและไม่ดีในเลือด กรดยูริกในเลือด ตรวจการทำงานของตับ ประเมินการทำงานของไต ตรวจปัสสาวะ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และเอกซเรย์ปอด โดยจะเข้ารับบริการได้ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป ณ ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลวิชัยยุทธนั่นเอง

พราวดำเนินการจองเวลาตรวจสุขภาพไว้แล้ว มาถึงก็ทำการลงทะเบียนผู้ป่วยใหม่ กรอกประวัติ ข้อมูลใดๆ ให้เรียบร้อยค่ะ เราจะได้สายรัดข้อมือมา 1 อัน โดยที่ QR นี้ก็จะใช้ยืนยันตัวตนเราในทุกๆ Station ที่เข้าตรวจค่ะ

ชั่งน้ำหนัก วัดความดันต่างๆ เป็นข้อมูลพื้นฐานในวันนี้ค่ะ

เมื่อทำประวัติข้อมูลใดๆ เรียบร้อยแล้ว เราก็จะได้รับใบรายการ Check-up มาค่า เพื่อให้เห็นว่าโปรแกรมของเราเป็นแบบไหน มีกี่ขั้นตอน กี่ Stationใดๆ ซึ่งในวันนี้โปรแกรมของพราวจะเป็นการตรวจสุขภาพพื้นฐาน มีทั้งหมด 4 Station ค่ะ

Station 1 : การเจาะเลือด Blood test

เริ่มแรกก็มาเจาะเลือดกันเลยค่ะ โดยในส่วนนี้พราวมีถามพี่พยาบาลว่า ทำไมเราถึงไม่ต้องอดน้ำ อดอาหารก็มาเจาะเลือด ตรวจสุขภาพได้ พี่พยาบาลจึงแจ้งว่าในการตรวจสุขภาพนั้น จริงๆ มันมีหลายค่าที่เราสามารถตรวจเช็คได้โดยไม่ต้องอดน้ำ/อดอาหาร แต่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเช่นกัน อย่างการตรวจน้ำตาลนั้น เราก็จะไม่ได้ตรวจจากน้ำตาล ณ ขณะนั้น แต่เปลี่ยนเป็นการตรวจน้ำตาลสะสมในเลือดแทน หรือว่าการตรวจไขมัน เราก็ยังสามารถตรวจคลอเรสเตอรอล หรือไขมัน LDL/HDL ได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าจะไม่ได้ตรวจไตรกลีเซอไรด์นั่นเองค่ะ

นอกจากการเจาะเลือดแล้ว ก็จะมีการเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจค่าต่างๆ อีกด้วยค่ะ เราก็เก็บตัวอย่างตามปกติได้เลย โดยต้องปัสสาวะส่วนแรกออกไปก่อน และค่อยเก็บตรวจนั่นเอง เพื่อจะได้ค่าที่แม่นยำ ไม่มีแบคทีเรียหรือใดๆ เจือปนค่ะ

Station 2 : การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG

ในขั้นตอนถัดมาจะเป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ECG ค่ะ เราจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อน เนื่องจากต้องถอดชั้นใน เครื่องประดับใดๆ ด้วย (เดี๋ยวมี x-ray ปอดต่ออีก) ซึ่งอีกสิ่งหนึ่งที่พราวประทับใจของที่นี่คือ มีห้องรับรองสุภาพสตรี แยกกับห้องรับรองสุภาพบุรุษค่ะ เนื่องจากพอเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาเป็นชุดคลุมแล้ว แล้วก็จะไม่ได้ใส่ชั้นใน ก็จะรู้สึกไม่มั่นใจนั่นเองค่ะ ถ้านั่งห้องรวมกันคงรู้สึกแปลกๆ แน่นอน

ในการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้น แอบมีความเขินๆ นิดนึงค่ะ เพราะพราวไม่เคยตรวจเลย ไม่ทราบว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร ก็คือเราจะลงไปนอนที่เตียง แล้วพี่คนตรวจจะมาเปิดเสื้อคลุมของเราออก ก็คือนอนเผยอกกันเลยจ้าาาา แล้วก็จะติดเครื่องมือต่างๆ ตามจุดชีพจรของเรา เพื่อทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ขั้นตอนนี้ก็นอนนิ่งๆ กันค่ะ

Station 3 : การ X-Ray ปอด

ต่อมาก็จะเป็นการ X-ray ปอดค่ะ เข้าห้องมาเก็บผมใดๆ ให้เรียบร้อย ไปยืนที่เครื่อง X-ray หายใจตามที่พี่เขาบอก ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อยดีค่ะ

Station 4 : รอฟังผลตรวจร่างกายโดยคุณหมอ

พอตรวจทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย เราก็มารอฟังผลตรวจ และพบแพทย์กันค่ะ 🙂 เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดปกติได้เลย ขั้นตอนนี้ใช้ระยะเวลารอ ~1 ชั่วโมง เดินลงไปชั้นล่างมีร้านกาแฟ Au Bon Pain ให้นั่งพัก ทานอาหาร ทำงานรอด้วย แต่ ณ วันที่พราวไปคิวไม่แน่นมาก ใช้เวลาแค่ประมาณ 30 นาทีคุณเจ้าหน้าที่ก็โทรแจ้งให้ขึ้นมาฟังผลแล้ว ถือว่ารวดเร็วมากๆ ค่ะ

จริงๆ พราวรู้สึกว่าตัวเองก็แข็งแรงในระดับนึงนะคะ แต่พอมาตรวจสุขภาพทีไร ก่อนฟังผลก็ต้องมาตุ่มต่อมๆ กันบ้าง กลัวจะเจออะไรแปลกๆ ซึ่งคุณหมอที่มาแจ้งผลตรวจพราววันนี้น่ารักและเป็นกันเองมากเลยค่ะ ไม่ทำให้เราเกร็ง ไม่รีบ ไม่เร่ง ค่อยๆ ตรวจร่างกายเราพร้อมกับอธิบายทีละค่า ว่าของเราเท่านี้คือปกติมั้ย ถ้าไม่ปกติ เยอะหรือน้อยไปอย่างไร ค่านี้จะเพิ่มจากอะไรได้บ้าง ลดจากอะไรได้บ้าง รวมถึงแนะนำการดูแลตัวเองในแต่ละจุดค่ะ ประทับใจมากกกกกมาย เพราะปกติเวลาพราวตรวจสุขภาพประจำปีแบบประกันสังคมใดๆ ก็จะแค่ตรวจ ดูเล่ม ดูผลปกติ แต่ไม่ได้มีคุณหมอคอยให้คำปรึกษาในแต่ละจุดแบบนี้ค่ะ พราวว่าทุกคนควรจะต้องมาตรวจสุขภาพกันน้า สักปีละครั้ง เช็คอัพร่างกายกันก่อนจะมีปัญหาค่ะ

อย่างของพราวปกติเกือบทุกอย่างเลย ยกเว้นไขมันในเลือดจ้าาาา ดูตัวเล็กๆ แบบนี้แต่สะสมไขมันดีทีเดียว เพราะด้วยความที่ผอมเราเลยอาจจะเลือกทานอาหารไม่ดีนัก เพราะติดว่าทานอะไรก็ไม่อ้วน ทำให้มีค่าของไขมันไม่ดีในเลือด รวมถึงคลอเรสเตอรอลสูงกว่าคนปกตินิดนึงค่ะ (แต่ไขมันดีก็สูงน้า) ทั้งนั้นก็ต้องมาปรับการทาน ปรับใดๆ ของตัวเองกันค่ะ ปรึกษาคุณหมออยู่ราวๆ เกือบ 20-30 นาทีได้ แล้วก็รับผลตรวจกลับโรงแรม ไปพักผ่อนกันต่อค่า

เข้าพักที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

หลังจากตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อย เราก็ไป Healthycation กันต่อที่ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ค่ะ (Pathumwan Princess Hotel) ซึ่งห้องพักที่เราได้จากแพ็กเกจนี้คือ Execuplus Suite ที่เรียกว่าหรูหราเลยทีเดียวค่ะ! ตื่นเต้นแล้วๆ

สำหรับโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส จะตั้งอยู่ติดกับบริเวณห้าง MBK (มาบุญครอง) ย่านสยามใจกลางเมืองกรุงเทพค่ะ เดินทางง่ายไม่ว่าจะเป็นรถส่วนตัว หรือรถไฟฟ้า แถมเข้าพักแล้วจะไปเดินเล่นโซนสยาม ก็สามารถเดินไปได้เลย หรือหากจะไปที่ MBK Center ก็ยิ่งง่าย เพราะมีทางเชื่อมเข้าไปจากตัวโรงแรมอีกด้วยค่ะ ดังภาพด้านล่างเลย

สำหรับการเช็คอินก็ใช้เวลาไม่นาน พี่ๆ Butler ส่วนตัวก็จะมาพาเราขึ้นห้องพักกันค่ะ 🙂

ห้อง Execuplus Suite – Pathumwan Princess Hotel

เมื่อเปิดประตูเข้าพัก ก็จะพบกับความรู้สึกว้าวเลยค่ะ ห้อง Execuplus Suite ของที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส คือจัดและตกแต่งมาได้สัดส่วนที่ดีมาก ด้วยห้องขนาด 72 ตารางเมตร บอกเลยว่ากว้างขวาง ไม่อึดอัด เหมาะแก่การมาพักผ่อน เปลี่ยนสถานที่ทำงาน เติมพลังในวันหยุดจริงๆ ค่ะ โซนห้องนอน โซฟา, โซนห้องนั่งเล่น พื้นที่ทำงาน, โซนห้องน้ำ ห้องแต่งตัวใดๆ ถือว่าทำได้ดีหมด เป็นสัดส่วนมากค่ะ

ที่พราวชอบมากเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นส่วน Walkin Closet นี่แหละค่ะ หลายครั้งที่พักห้อง Suite ก็คือจะมาลุ้นเลยว่าโซนห้องน้ำ โซนห้องแต่งตัวจะเป็นแบบไหนน้า (ชอบใช้ชีวิตในห้องน้ำ แช่อ่าง ประมาณนั้นค่ะ) ที่นี่ถือว่าประทับใจมากเลย เพราะโซนห้องน้ำ ห้องแต่งตัวคือกว้างมากกกก เดินทะลุกันได้ หรือจะปิดแยกก็ได้ แถมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกถือว่าครบครันตามมาตรฐานโรงแรม 5 ดาวจริงๆ ค่ะ Amenitie ในห้องน้ำก็ใช้ของที่ดี พราวอยู่ในห้องน้ำได้ทีนึงเป็นชั่วโมงเลย แช่น้ำ อาบน้ำ เดินไปมาแต่งตัว

วิวจากห้องพัก Execuplus Suite – Pathumwan Princess Hotel

และนี่คือความปังของวิวห้องพัก 1106 (ฝั่งมหานคร) ในวันนี้ค่ะ บอกเลยว่าวิวเมืองกรุงเทพ City View บ้านเราก็ไม่ธรรมดานะคะ ถือว่าให้ความรู้สึกที่ดีในการ staycation ได้ดีทีเดียวเลย ซึ่งพราวชอบวิวจาก โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ในวันนี้มาก อาจจะชั้นไม่ได้สูงขนาดนั้น แต่เป็น perspective วิวที่ดี เนื่องจากไม่มีตึกสูงที่บังวิวใกล้ๆ แถมยังเป็นส่วนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีพื้นที่สีเขียว ต้นไม้ฉอุ่มๆ ที่ทำให้สบายตาอีกด้วยค่ะ

ละนี่พราวก็คือยึดพื้นที่ประจำโต๊ะทำงานเรียบร้อย WFH = Work From Hotel ค่าาาา วิวด้านหลังก็คือมหานครสวยๆ ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานที่ดีมากๆ เติมความคิด เติมพลังใหม่ๆ ได้ดีทีเดียวค่ะ สำหรับคนชอบเปลี่ยนที่นอนเล่นแบบพราว

สิทธิพิเศษ ห้อง Execuplus Suite

พราวชอบมากที่โรงแรมจัดการเข้าพักให้เป็นห้อง Execuplus suite ค่ะ คุ้มไม่รู้จะคุ้มยังไงจริงๆ เพราะไม่ใช่แค่พื้นที่ห้องกว้างขวางแล้ว แต่เรายังได้รับ Exclusive Benefit ต่างๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Club Lounge facilities, Continental breakfast, Complimentary เครื่องดื่ม/ขนมต่างๆ ในห้องพัก, หรือจะเป็น Complimentary สำหรับธุรกิจอย่างห้องประชุม ก็มีบริการเช่นกันค่ะ ขออนุญาตใช้มูลจาก https://www.pprincess.com/accommodation/suites/execuplus-suite.html เลยนะคะ จะได้ครบถ้วนค่า 🙂

เข้าพักได้ไม่นาน พี่ Butler ก็นำสตอรว์เบอร์รี่เคลือบช็อคโกแลตมาให้ด้วยค่ะ อร่อย~

The Olympic Club บริเวณสระว่ายน้ำ

The Olympic Club ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของทาง โรมแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ได้เลยค่ะ ยิ่งใหญ่อลังการมากกกก สายสุขภาพ สายเล่นกีฬา สาย Wellness คือต้องชอบ เพราะพื้นที่คือใหญ่มาก แถมสระว่ายน้ำเป็นสระน้ำเกลือที่ยาวถึง 25 เมตรเลยทีเดียว! ใครสายว่ายน้ำออกกำลังกายพลาดที่นี่ไม่ได้เลยค่ะ สระเค้าดีมาก ช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกคือบรรยากาศดีมากกกกกก

บริเวณทั้งชั้นโซนสระว่ายน้ำ ก็จะมีพื้นที่ให้นั่ง/นอน แช่อ่างจากุชชี่ พักผ่อนชิลล์ๆ ดีมากค่ะ ใครบอกมานอนโรงแรมกรุงเทพไม่มีอะไร น่าเบื่อ ต้องลองมาที่นี่เลย เวลาไม่พอในการทำกิจกรรมต่างๆ ทีเดียวค่ะ โดยจากสิทธิที่เราได้มาพร้อมแพ็กเกจ Healthycation จะมีบริการฟิตเนสและสระว่ายน้ำที่ ดิ โอลิมปิค คลับ ฟรี พร้อมบริการสนามเทนนิส แบดมินตัน หรือสควอช ฟรี 1 ชั่วโมง เลือกได้เลย ซึ่งพราวเลือกเป็นสควอชฟรี 1 ชั่วโมง จองไว้ของวันถัดไปค่ะ

ฟิตเนส เล่นสควอช ที่ The Olympic Club

สำหรับตัวฟิตเนส ของทาง The Olympic Club บอกเลยค่ะว่า ยิ่งใหญ่มากกกกก ไม่ใช่ฟิตเนสโรงแรมที่แค่ว่า อ่ะ ฉันมีฟิตเนสนะ แต่เป็นคลับที่ใหญ่ที่ครบวงจรของการออกกำลังกาย เครื่องแมชชีน รวมถึงคลาสออกกำลังกายต่างๆ และหากใครไม่ได้ด้มาพักที่นี่ ก็สามารถสมัครเมมเบอร์รายปีไว้ได้อีกด้วยค่ะ ดังนั้นใครทำงานโซนกลางเมือง ก็สามารถมาเล่นฟิตเนสของทาง The Olympic Club ได้เช่นกัน

ขยับมาที่โซนด้านนอก จะเป็นส่วนของกีฬาต่างๆ ค่ะ โดยแพ็กเกจ Healthycation ที่พราวจองมาวันนี้ สามารถเลือกเล่นกีฬาได้ 1 ชั่วโมง โทรจองสนามไว้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เทนนิส สควอช แบดมินตัน บาสเกตบอล ปิงปอง ใดๆ ก็เลือกได้ ซึ่งเราไม่เคยเล่นสควอชมาก่อน ในวันถัดมาพราวจึงจองห้องเล่น SQUASH เอาไว้ค่ะ

ผลประกอบการของการเล่นสควอชครั้งแรกคือ เหนื่อยมากกกก ใช้แรงตีเยอะมากก เหนื่อยแบบไม่ไหว แต่ทั้งนี้ชอบที่ห้องเป็นส่วนตัวมากๆ แถมเปิดแอร์เย็นสบาย ทำให้หนึ่งชั่วโมงเต็มๆ ของการเล่นเรียกเหงื่อ ได้ใช้แรงเต็มที่เลยทีเดียวค่ะ แถมติดใจซะแล้วด้วย มีโอกาสครั้งหน้าจะต้องมาเล่นสควอชอีกค่ะ! ชอบที่ไม่ต้องเก็บลูก เพราะเดี๋ยวน้องก็กลิ้งๆๆ กลับมาเอง แฮ่

*สำหรับในส่วนของฟิตเนสและสควอช พราวมาใช้บริการในวันถัดมา (วันเช็คเอาท์) นะคะ แต่ขอรีวิวต่อจากสระว่ายน้ำเนื่องจากเป็นส่วนของ The Olympic Club ค่ะ

ห้องอาหารคองจู – Kongju Korean Restaurant

ส่วนมื้อเย็นวันเข้าพักของพราว เลือกทานที่ห้องอาหาร Kongju Restaurant ในโรงแรมเลยค่ะ **อันนี้ไม่ได้รวมในแพ็กเกจนะคะ ต้องจ่ายเพิ่มเองค่า

จริงๆ ตอนแรกกะว่าจะออกไปหาอะไรทานในโซนสยาม แต่ไปมาขี้เกียจเดินซะงั้น หลังว่ายน้ำเสร็จ อาบน้ำเสร็จก็อยากพักผ่อนชิลๆ มากกว่า เลยลงมาทานห้องอาหารโรงแรมค่ะ ซึ่งพราวได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของห้องอาหารคองจูมานนามากกกก ว่าหากอยากทานอาหารเกาหลี ปิ้งย่างเกาหลี คือต้องที่นี่! เพราะมีครบ คุณภาพดี รวมถึงราคาเพียงแค่ 850 บาท net ต่อท่านเท่านั้น (ไม่มี ++ เพิ่ม ได้ทานบุฟเฟ่ต์โรงแรมราคานี้ คือคุ้ม)
*แต่สำหรับเครื่องดื่มสั่งแยกเพิ่มนะคะ หากต้องการ Free flow เครื่องดื่มเพิ่มจะเป็น 160 บาท/คน net เช่นกันค่ะ

ถือคอนเซป ทานผักเยอะๆ ทานเนื้อไม่ติดมัน โปรตีนสูง ปิ้งย่างได้ ยังเฮลตี้อยู่!! เดี๋ยวพราวทำรีวิวตัวห้องอาหารคองจูแยกด้วยสำหรับมื้อนี้โดยเฉพาะนะคะ รอดูกันได้เลยค่า แนะนำมากจริงๆ สำหรับสาวกปิ้งย่างเกาหลี (ที่นี่มีเมนู A La Carte ให้สั่งในเซ็ตบุฟเฟต์ด้วยน้า ไม่ได้มีเฉพาะปิ้งย่าง) เพราะอย่างที่บอกราคาเน็ตแล้ว รวมน้ำ ไม่มีบวกอะไรเพิ่ม แถมไม่จำกัดเวลาอีก

ลิงก์รีวิวเฉพาะห้องอาหารคองจู : https://26journey.com/kongju-restuarant

อาหารเช้าที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส

ในเช้าวันถัดมา พราวก็ลงมาทานอาหารเช้าตามปกติค่ะ ตอนนี้ยังอยู่ในช่วง New Normal ทำให้ไลน์อาหารไม่ใช่บุฟเฟ่ต์ตัก แต่ก็เป็น A La Carte ที่สามารถสั่งได้อย่างไม่อั้น พราวว่าแบบนี้ก็ดีนะคะ ไม่วุ่นวายดี ต้องการอะไรมากน้อย รสชาติแบบไหน ก็คือสามารถสั่งกับพี่พนักงานได้เลยค่ะ

โดยรวมรสชาติอาหารเช้าของที่โรงแรม ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีค่ะ อาจจะไม่หวือหวามากเพราะไม่ใช่ไลน์บุฟเฟ่ต์ใหญ่ แต่ก็มีชนิดอาหารให้เลือกหลากหลาย คาว หวาน เอเชีย ยุโรป อเมริกัน ก็เป็นไปตามมาตรฐานค่ะ

ส่วนลด 20% สำหรับทานอาหารที่โรงแรม

ก่อนออกพราวมีสั่งอาหาร In-Room Dining มาทานค่ะ เพราะว่า อยากทานผัดไทโรงแรมมาก! และจากแพ็กเกจนี้คือได้สิทธิส่วนลดในการสั่ง 20% อีกด้วยในที่สุดดดด ชั้นก็ได้กินสักที (หลังๆ ที่ไป staycation โรงแรมในกรุงเทพมา หาจังหวะ หามื้อสั่งมาไม่ได้สักที)

อันนี้บอกเลยว่า อร่อยแบบเดอะเบสค่ะ เมนู In-Room Dining ที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ถือว่าจัดมาได้ดีมาก ไม่ใช่เสิร์ฟแค่อาหาร แต่จัดโต๊ะเสิร์ฟ การวางจานชานช้อมมาใดๆ แบบสวยงามหมดเลย ที่สำคัญรสชาติดีมากจริงๆ ผัดไทกุ้งแม่น้ำอร่อยมากกกกก เป็นรสชาติผัดไทที่ไม่ได้เอาใจแขกต่างชาติ แต่คนไทยแบบเราก็ทานอร่อยค่ะ ฟินแล้ววันนี้ ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูง (480++ ก่อนลด) แต่ว่าก็อร่อยเลยค่ะ

สิทธิพิเศษอื่นๆ จากแพ็กเกจ Healthycation

นอกจากสิทธิการเข้าใช้ฟิตเนส กีฬา ส่วนลดค่าอาหารแล้ว ในแพ็กเกจ Healthycation ก็ยังมีบัตรส่วนลดสำหรับการใช้บริการอื่นๆ ภายในโรงแรมอีกค่ะ เช่นส่วนลด 20% สำหรับบริการซักรีดหรือซักแห้ง ส่วนลด 25% สำหรับแพ็กเกจสปาและเมนู À La Carte ที่บางกอก สปา ส่วนลด 20% สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่ห้องอาหารของโรงแรมฯ ยกเว้นภัตตาคารอาหารปิงและทัตสึมิ และฟรีนวดคอบ่าไหล่ 10 นาที ประมาณนี้ค่ะ จะได้รับส่วนลดมาในส่วนคีย์การ์ดที่ได้จากการเช็คอินเลยค่ะ

ความรู้สึกหลังเข้าใช้บริการ แพ็กเกจ Healthycation

สำหรับพราวถือว่าประทับใจและคุ้มมากค่ะ ในราคาที่จ่ายเพียงแค่ 5,000 บาท โดยไม่ได้ต้องใช้สิทธิส่วนลดใดๆ (ปกติพราวจองไป staycation ใช้เราเที่ยวด้วยกัน) แต่อันนี้จ่ายเต็มในราคาคุ้ม ได้รับแพ็กเกจตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ แถมได้รับประสบการณ์กับสิทธิพิเศษต่างๆ ของห้อง Execuplus Suite จากโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ถือว่าดีทีเดียวค่ะ พักได้ 2 ท่านด้วย

ในการตรวจสุขภาพแพ็กเกจอาจจะไม่ได้หวือหวา ตรวจละเอียดมากทุกชุด แต่ถือว่าเป็นการเช็คอัพร่างกายพื้นฐานโดยรวมประจำปีที่ควรทำอยู่แล้ว วัยรุ่น วัยทำงานประมาณเราถือว่าเหมาะสมค่ะ บริการดี เครื่องมือดี ส่วนตัวโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ก็คือดีตามมาตรฐานเลย โลเคชันดีกลางเมือง ห้องอาหารเกาหลีอร่อย บรรยากาศโดยรวมประทับใจ แนะนำเลยว่าสำหรับโปรโมชันแพ็กเกจ Healthycation คือคุ้มและควรลอง หากใครอยากหาที่พักกลางเมืองไปนอนเล่นๆ และหาโอกาสตรวจสุขภาพชิลๆ รอบบ่าย แบบไม่ต้องอดน้ำ อดอาหาร นี่เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ

สนใจจองแพ็กเกจ Healthycation

หากใครสนใจจองแพ็กเกจ Healthycation ไปตรวจสุขภาพรอบบ่าย นอนโรงแรมชิลๆ แบบพราว สามารถติดต่อจองได้เลยที่
☎️ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส (แผนก Reservation) โทรศัพท์ 0-2216-3700 หรือทาง โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โทรศัพท์ 0-2265-7777 ได้เลยนะคะ พราวแนบข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้ค่า

Back To Top